การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ถือว่าเป็นเรื่องที่คนทำ SEO อย่างเราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีวิธีที่จะเป็นตัวช่วยในการทำ นั่นคือการปรับ Yoast SEO ให้ถูกหลัก ถูกขั้นตอน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ง่ายยิ่งขึ้น 

โดยYoast SEO เป็นตัวช่วยปรับปรุงแก้ไขทำให้บทความ คอนเทนต์ในเว็บไซต์เรา มีคุณภาพ มีความสมบูรณ์ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับใครที่ทำเว็บไซต์ แล้วไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิดไว้ ลองมาปรับYoast SEO ไปพร้อม ๆ กันเชื่อว่าถ้าเราได้รู้ข้อผิดพลาด ก็จะทำให้เราแก้ไข แล้วทำเว็บไซต์ออกมาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งวันนี้ เราก็จะพามาดูYoast SEO 14 ข้อที่ควรทำให้เป็นไฟเขียว จะมีอะไรบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กัน 

Yoast seo คือ

เป็นปลั๊กอินที่ช่วยปรับแต่งเว็บไซต์ ในเรื่องของบทความ คอนเทนต์ให้ถูกต้องตามหลัก SEO เพื่อทำให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหา โดยYoast SEO ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพให้กับเว็บไซต์อีกเครื่องมือหนึ่งในการทำ SEO เลยก็ว่าได้ 

แต่Yoast ก็เป็นเพียงปลั๊กอินที่จะทำให้เว็บไซต์ถูกต้องตามหลักเกณฑ์เพียงเท่านั้น อย่างไรก็ตามถ้าเราอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหา และเป็นที่รู้จักก็ต้องไม่ลืมที่จะทำส่วนอื่น ๆ ที่สำคัญด้วย 

การทำ Yoast SEO

ประโยชน์ของ Yoast SEO 

  • ตัวช่วยในการเลือก Keyword
    การเลือก keyword ในการทำคอนเทนต์ควรเลือกคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งปลั๊กอินของyoast จะมีช่อง Fogus keyword เพื่อดูว่าคีย์เวิร์ดนั้นมีคุณภาพหรือไม่ 
  • ช่วยเรื่อง Title และ Meta description 
    การตั้งคีย์เวิร์ดก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเรารู้แล้วว่าจะใช้คีย์เวิร์ดอะไร ก็ต้องไม่ลืมที่จะนำคีย์เวิร์ดมาใส่ที่ title และ Meta description ด้วย
  • ช่วยทำให้คอนเทนต์น่าสนใจขึ้น
    การทำYoast จะช่วยทำให้คอนเทนต์ของเรามีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากจะมีตัวบ่งบอกถึงความสั้น ความยาวของบทความ การเว้นวรรคคำต่าง ๆ รวมไปถึงการใส่รูปภาพ ว่ามีการอธิบายรายละเอียดที่ชัดเจนหรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นปลั๊กอินที่ดีต่อการทำคอนเทนต์ต่อเว็บไซต์ของเราเป็นอย่างมาก 

สัญญาณไฟ Yoast SEO

โดยสัญญาณไฟของ YoastSEO ก็เปรียบเสมอไฟจราจร ถ้าผ่านได้ก็จะเป็นสีเขียว ถ้าห้ามผ่าน คือสีแดง ส่วนสีส้ม คือเตรียมหยุด ซึ่งความหมายของสัญญาณไฟของYoastSEO ก็มีความคล้ายคลึงกัน 

  • สีเขียว หมายถึง สมบูรณ์ ถูกต้อง ผ่านได้
  • สีส้ม หมายถึง ปานกลาง ยังไม่สมบูรณ์ ยังไม่ดีพอ แต่ก็ผ่านได้ 
  • สีแดง หมายถึง ไม่ผ่าน ไม่สมบูรณ์ ต้องแก้ไข ทำผิด

ซึ่งความหมายของสัญญาณไฟ ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดี ที่จะทำให้เรารู้ว่า บทความ คอนเทนต์ที่เราทำอยู่นั้นไม่สมบูรณ์ ต้องปรับเปลี่ยนแก้ไข เพื่อทำให้ถูกหลัก SEO ก็จะส่งผลต่ออันดับของเว็บไซต์เราด้วย 

สัญญาณไฟของการทำ Yoast

14 ข้อ เกี่ยวกับ Yoast SEO ที่ต้องรู้

มาทำความรู้จักกับYoast SEO 14 ข้อที่คนทำเว็บไม่ควรพลาด ถ้าอยากทำให้เว็บไซต์ถูกหลัก SEO โดยทั้ง 14 ข้อนี้ จะเป็นตัวช่วยให้คำแนะนำเมื่อเราทำผิดพลาด หรือทำไม่ถูกหลัก โดยวิธีการก็คือ จะมีสัญญาณไฟ พร้อมคำแนะนำ ถ้าเราทำไม่ถูกต้อง หรือไม่ถูกหลักของYoast SEO ก็จะแจ้งเตือนขึ้นมาเพื่อให้เราแก้ไข ซึ่ง 14 ข้อจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยดีกว่า

Yoast SEO 14 ข้อ

Outbound links

Outbound links : Good job! หมายความว่า เรามีการใส่ Outbound links ในบทความ คอนเทนต์ของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าเราไม่ได้ใส่ Outbound link สัญญาณไฟก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง 

Internal links

Internal links : You have enough internal links. Good job! หมายถึง บทความของเราต้องมีการแทรก Internal links ลงไปในบทความด้วย ซึ่งถ้าเราใส่แล้วก็จะขึ้นสัญญาณไฟสีเขียว แต่ถ้าหากยังไม่ใส่จะขึ้นเป็นสีแดง 

Keyphrase in introduction

Keyphrase in introduction : Well done! หมายถึงว่า ต้องใส่คีย์เวิร์ดในบทนำ ของพารากราฟแรก ซึ่งถ้าเราใส่แล้วก็จะขึ้นสัญญาณไฟสีเขียว พร้อมกับคำว่า ทำได้ดีมาก 

แต่ถ้าหากเราไม่มีใส่คีย์เวิร์ดในบทนำ ก็จะขึ้นว่า Keyphrase in introduction : Your keyphrase or its synonyms do not appear in the first paragraph. ดังนั้นเราควรจะต้องใส่คีย์เวิร์ดในบทนำ พารากราฟแรกเสมอ

Keyphrase length

Keyphrase length: Good job! หมายความว่า คีย์เวิร์ดที่ใช้ในบทความมีความยาวที่พอดี 

Keyphrase density

Keyphrase density : The focus keyphrase was found 6 times หมายความว่า เรามีการใส่คีย์เวิร์ดในจำนวนที่พอดี ไม่เยอะจนเกินไป สัญญาณไฟก็จะขึ้นเป็นสีเขียว แต่ถ้าเราใส่คีย์เวิร์ดที่เราโฟกัส เยอะจนเกินไปก็จะขึ้นคำว่า

Keyphrase densit ใน yoast ไม่ผ่าน

ให้เรากดที่รูปดวงตา แล้วดูว่าคำส่วนไหนในบทความ ที่มีการใส่คีย์เวิร์ดมากจนเกินไป จากนั้นเราก็แก้ไขให้สัญญาณไฟจากสีแดง เป็นสีเขียวเพียงเท่านี้ ก็จะช่วยทำให้คีย์เวิร์ดในบทความของเราอยู่ในระดับที่พอดี

Keyphrase in meta description

Keyphrase or synonym appear in the meta description. Well done! หมายความว่า ต้องใส่คีย์เวิร์ดในส่วนของ Meta description ให้เรียบร้อย ถ้าเราใส่คีย์เวิร์ดถูกต้องก็จะขึ้นสัญญาณไฟสีเขียว พร้อมคำว่าทำได้ดี ! แต่เมื่อใดที่เราลืมใส่คีย์เวิร์ดลงไป ก็จะขึ้นสัญญาณไฟสีแดง 

คำอธิบาย Keyphrase in meta description

Meta description length

Meta description length : Well done! หมายความว่า ความยาวของข้อความใน Meta description ต้องใส่ความยาวที่พอดี ไม่เยอะจนเกินไป และไม่น้อยจนเกินไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราใส่ข้อความใน Meta description น้อยจนเกินไป ก็จะขึ้นสัญญาณไฟสีแดง พร้อมคำว่า 

คะแนะนำในส่วน Meta description

หมายความว่าความยาวของข้อความใน Meta description น้อยเกินไป ต้องมีไม่น้อยกว่า 120 ตัว และมีอักษรสูงสุดอยู่ที่ 156 ตัว ซึ่งถ้าอยากทำให้สัญญาณไฟเป็นสีเขียว ต้องใส่ความยาวให้พอดี 

Previously used key phrase

Previously used key phrase : You’ve not used this keyphrase before หมายความว่า คีย์เวิร์ดที่เราโฟกัส ไม่เคยถูกใช้มาก่อน ถ้าเราอยากทำให้ในส่วนนี้เป็นสีเขียว เราต้องไม่ใช้คีย์เวิร์ด ที่ตรงกับบทความอื่น ๆ ในเว็บไซต์ของเรา

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราใช้คำว่า SEO ไปแล้ว เราก็ไม่สามารถใช้คีย์เวิร์ดนี้ได้อีก โดยเราต้องคิดคีย์เวิร์ดให้มีความแตกต่างกันออกไป เพื่อทำให้Yoast ในส่วนนี้มีสัญญาณไฟสีเขียว 

Keyphrase in subheading

Keyphrase in subheading : 5 of your H2 and H3 subheadings reflect the topic of your copy. Good job! หมายความว่า คีย์เวิร์ดที่ใช้ ต้องอยู่ในส่วนของหัวข้อย่อยด้วย ซึ่งในส่วนนี้ ถ้าเรามีการใช้คีย์เวิร์ดในหัวข้อย่อย ทั้ง H2 และ H3 สัญญาณไฟก็จะกลายเป็นสีเขียว พร้อมคำชมว่าเราทำได้ดีมาก แต่ถ้าหากเราใช้คีย์เวิร์ดในหัวข้อ ไม่ครบ 5 หัวข้อขึ้นไปก็จะขึ้นว่า

เราไม่ได้ใส่คีย์เวิร์ดในหัวข้อย่อย

หมายถึง เรามีการใส่คีย์เวิร์ดในหัวข้อย่อย H2 และ H3 น้อยจนเกินไป ดังนั้นเราควรใส่คีย์เวิร์ดให้ถูกต้อง และครบถ้วน เพื่อให้ไฟYoast เป็นสีเขียว 

Image alt attributes

Image alt attributes : Good job! หมายความว่า ต้องใส่ Alt Text หรือ Alt attributes ในส่วนของรูปภาพ ถ้าใส่แล้วสัญญาณไฟก็จะกลายเป็นสีเขียวทันที 

Text length

Text length : The text contains 300 words. Good job! หมายความว่า ความยาวของบทความ ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 300 คำ ถึงจะถูกหลักของYoast seo 

Keyphrase in title

Keyphrase in title : The exact match of the focus keyphrase appears at the beginning of the SEO title. Good job! หมายความว่า ต้องมีการใส่คีย์เวิร์ดลงใน SEO Title ด้วย ถ้าใส่คีย์เวิร์ดลงไปแล้วสัญญาณไฟก็จะกลายเป็นสีเขียว พร้อมกับการบอกว่า เรามีการใส่คีย์เวิร์ดลงใน SEO Title เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่าง หมายความง่าย ๆ ว่า เราไม่มีการใส่คีย์เวิร์ด “Google Analytics” ในส่วนนี้ ดังนั้นควรใส่เพื่อผลลัพธ์ของการทำ SEO 

 เราไม่มีการใส่คีย์เวิร์ด ในส่วนนี้

SEO title width

SEO title width : Good job หมายความว่า ความยาวของ SEO title มีความยาวที่พอดี ไม่สั้นจนเกินไป และไม่ยาวจนเกินไป สัญญาณไฟก็จะกลายเป็นสีเขียว แต่ถ้าหากเราใส่ข้อความที่สั้นเกินไปก็จะขึ้นว่า SEO title width : The SEO title is too short. ซึ่งจะหมายความว่า ความยาวของข้อความใน SEO title สั้นเกินไป ต้องแก้ไขให้เป็นสีเขียว เพื่อให้ถูกต้องตามคำแนะนำของYoast 

ความยาวของข้อความใน Yoast SEO title สั้นไป

Keyphrase in slug

Keyphrase in slug : Great work! หมายความว่า คีย์เวิร์ดใน Slug ถูกต้องกับคีย์เวิร์ดที่ใช้ 

คนให้คำแนะนำการทำ Yoast
Snippet Preview คือ

หน้าตาของเนื้อหาที่ถูกแสดงใน Search Engine จะประกอบไปด้วย SEO title , Slug , Meta descrition

Focus Keyword คือ

Keyword ที่เราต้องการให้เข้าถึงผู้ใช้งาน โดย Plugin จะทำการตรวจสอบเนื้อหาของเราโดยอัตโนมัติว่ามี Keyword อยู่ที่ส่วนไหนบ้าง และจำนวนเท่าไหร่บ้าง

Analysis results คือ

ผลการวิเคราะห์ของ Yoast ว่ามีเนื้อหาส่วนใดบ้าง ที่ทำไม่ถูกหลักของ SEO โดยจะมีทั้งหมด 14 ข้อหลัก ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก swiftlet

สรุป 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 14 ข้อที่พวกเรา SEO Station นำมาฝาก ให้เพื่อน ๆ ได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งYoast SEO ก็เปรียบเสมือนเครื่องมือ ตัวช่วยที่จะทำให้เรารู้ว่ามีส่วนไหนบ้าง ที่เรายังทำไม่ถูกต้อง ไม่ถูกหลักของYoast ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ให้คำแนะนำกับคนทำเว็บไซต์อย่างเราได้ดีมากเลยทีเดียว 

ซึ่งถ้าเราทำถูกต้องครบทั้ง 14 ข้อของYoast มั่นใจเลยว่าจะช่วยทำ SEO ของเราดีขึ้น และจะส่งผลต่ออันดับของเว็บไซต์ในหน้าค้นหาบน Search Engine ให้ดีขึ้นไปอีกด้วย อย่างไรก็ตามพวกเราก็หวังว่า 14 ข้อที่นำมาฝากในวันนี้นี้ จะช่วยทำให้เพื่อน ๆ สามารถปรับปรุงคอนเทนต์ในเว็บไซต์ได้ดีขึ้น พวกเราก็ขอเป็นกำลังใจในการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จในที่สุด 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ