การจะทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ ติดอันดับการค้นหาบนหน้า Search Engine การทำคอนเทนต์ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากที่จะช่วยทำให้ประสบความสำเร็จได้ เพราะคอนเทนต์เปรียบเสมือนแรงดึงดูดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ถ้าคอนเทนต์ไม่น่าสนใจ หรือคอนเทนต์นั้นทำมานานแล้ว และไม่มีการอัปเดต ก็จะทำให้ผู้เข้าชมไม่อยากเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา ดังนั้นการทำคอนเทนต์ ต้องมีการปรับปรุง อัปเดตคอนเทนต์ให้น่าสนใจ และทันสมัยอยู่เสมอ ด้วยหลักการทำ SEO Audit 

ซึ่งวันนี้เราเลยจะมาแชร์หลักการทำ SEOAudit ฉบับเข้าใจง่าย ให้เพื่อน ๆ ลองนำไปปรับใช้กับคอนเทนต์บนเว็บไซต์ที่ทำมานานแล้ว ให้กลับมาน่าสนใจ และติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ได้อีกครั้ง ต้องขอบอกเลยว่าวิธีการนี้ ถือว่าเป็นตัวช่วยได้ดีมาก ๆ ถ้าไม่อยากพลาด! เรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า 

SEO Audit website

SEO Audit คือ

ก่อนที่เราจะเริ่มดูหลักการทำ เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า SEOAudit หรือ Content Audit คือ การตรวจสอบเนื้อหา หรือคอนเทนต์ทั้งหมดภายในเว็บไซต์ ว่ามีประสิทธิภาพ ถูกหลัก SEO หรือไม่ โดยจะต้องอาศัยเครื่องมือในการตรวจสอบอย่าง Google Analytics หรือ Google Search Console ที่เข้ามาเป็นตัวช่วยในการรวบร่วมข้อมูล เพื่อนำปัญหา หรือข้อบกพร่องมาปรับปรุง แก้ไขให้ถูกหลัก SEO 

ซึ่งการทำ SEOAudit สามารถตรวจเช็คได้อยู่เรื่อย ๆ เพื่อที่เราจะทราบถึงปัญหา และจะได้ปรับปรุงแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ทัน เพราะถ้าหากเราไม่อยากทำให้ยอด Traffic ลดลง ก็ต้องคอยเช็คคอนเทนต์ที่เคยทำไปแล้ว นำมาปรับปรุงให้ดีอยู่เสมอ ซึ่งการทำ SEOAudit จะส่งผลอย่างมากต่ออันดับบน Search Engine 

ทำไมถึงต้องทำ SEO Audit 

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราต้องทำ SEOAudit ด้วย ก็อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าถ้าเราไม่อยากให้ยอด Traffic ลดลงต้อง ก็ต้องมีการทำ SEOAudit อยู่เสมอ และอีกสิ่งหนึ่ง คือ SEOAudit จะช่วยทำให้คอนเทนต์ที่เคยปัง เคยติดอันดับมาก่อน ให้กลับมาปังเรียกยอด Traffic ได้อีกครั้ง

ซึ่งการทำ SEOAudit จะตอบโจทย์มาก ๆ กับคนที่ทำคอนเทนต์แล้วไม่ประสบความสำเร็จอย่าง บางคนทำเว็บไซต์มานาน แต่ทำอย่างไรคอนเทนต์ก็ไม่เป็นที่น่าสนใจ เท่าเว็บไซต์เจ้าดังไม่ได้สักที หรือการทำคอนเทนต์ ที่กลุ่มเป้าหมายค้นหาคอนเทนต์ของเราไม่เจอ จึงทำให้ SEOAudit มีความสำคัญต่อการทำคอนเทนต์บนเว็บไซต์เป็นอย่างมาก ถ้าเราอยากทำให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้น และมีความน่าเชื่อถือต้องไม่ลืมที่จะทำหลักการสำคัญนี้ด้วย 

การทำ Audit เพื่ออันดับเว็บไซต์ที่ดีขึ้น

คอนเทนต์แบบไหนเหมาะกับการทำ SEO Audit 

ซึ่งเราจะแบ่งคอนเทนต์ที่ควรทำ SEOAudit มากที่สุด โดยจะแบ่งคอนเทนต์ที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด ไปจนถึงคอนเทนต์ที่สำคัญน้อยที่สุด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ

คอนเทนต์ติดอันดับ

สำหรับคอนเทนต์ติดอัน เป็นคอนเทนต์ที่หลาย ๆ เว็บไซต์มักไม่สนใจ เมื่อทำคอนเทนต์ติดอันดับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหันไปให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่กำลังทำใหม่ หรือคอนเทนต์ที่ไม่ติดอันดับแทน ซึ่งนั่นก็ไม่ใช้เรื่องผิดแต่อย่างใดที่เราจะให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่ยังไม่ติดอันดับ

แต่ที่จริงเราก็ไม่ควรมองข้ามคอนเทนต์ที่ติดอันดับแล้วเหมือนกัน เพราะกว่าคอนเทนต์จะติดอันดับได้นั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ซึ่งถ้าเรามีคอนเทนต์ที่ติดอันดับ เราควรที่จะเข้าไปเช็ค และปรับปรุงคอนเทนต์ให้ดีอยู่เสมอ เพื่อให้เราครองแชมป์อันดับหนึ่งไปได้ตลอด เป็นคอนเทนต์ที่สำคัญที่สุดในการทำ SEOAudit

คอนเทนต์ที่ไม่ติดอัน

ต่อกันที่ความสำคัญของการทำ SEOAudit รองลงมา คือการทำคอนเทนต์ที่ไม่ติดอันดับ หรือคอนเทนต์ที่มียอดไม่ดีเท่าที่ควร เป็นคอนเทนต์ที่ควรทำ SEOAudit เช่นเดียวกัน เพราะจะช่วยทำให้เรารู้ถึงปัญหา หรือข้อบกพร่องของคอนเทนต์ได้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร 

ซึ่งการปรับปรุงคอนเทนต์ที่ไม่ติดอันดับ อาจจะต้องใช้เวลาแบบระยะยาว และเราต้องคอยโฟกัสคอนเทนต์อยู่เสมอ จนกว่าคอนเทนต์ของเราจะกลับมาติดอันดับได้อีกครั้ง เมื่อคอนเทนต์กลับมาติดอันดับแล้ว เราก็ยังคงต้องคอยเช็คคอนเทนต์อยู่เสมอ 

คอนเทนต์ที่มีอันดับปานกลาง 

เป็นคอนเทนต์ที่เราจะให้ความสำคัญเป็นอันดับสุดท้าย เพราะแน่นอนว่าต้องมีคอนเทนต์หลายตัวบนเว็บไซต์ของเรา ที่ติดอันดับกลาง ๆ ซึ่งถ้าเราจะทำให้คอนเทนต์ติดอันดับการค้นหาที่ดี อาจจะต้องมีการปรับพวกเนื้อหา วิธีการเขียน การใช้คำใหม่ทั้งหมด 

การทำคอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ

หลักการทำคอนเทต์ให้เป็น SEO Audit 

โดยขั้นตอนหลัก ๆ ของการทำ SEOAudit จะมีอยู่ 3 ส่วนหลัก ๆ กันคือ 

การกำหนดขอบเขตการทำ Audit 

โดยขั้นตอนแรก คือการกำหนดขอบเขตว่าเราจะทำการตรวจสอบคอนเทนต์ทั้งหมด หรือแค่บางส่วน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ถ้าเว็บไซต์ของเราไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ก็สามารถทำการตรวจสอบ หรือ Audit ได้อย่างง่าย ๆ แต่ถ้าหากเว็บไซต์ของเรามีขนาดที่ใหญ่ แนะนำให้เลือกทำ Audit เป็นหมวดหมู่ หรือ Category ที่สำคัญก่อนเป็นอย่างแรก 

รวบรวมข้อมูลด้วยเครื่องมือต่าง ๆ 

สำหรับขั้นตอนต่อไป หลังจากที่เราทำการกำหนดขอบเขตที่จะทำการ Audit เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาเราก็ต้องใช้เครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล ปัญหาและข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้คอนเทนต์ของเราไม่ติดอันดับ และไม่เป็นที่น่าสนใจ ซึ่งเครื่องมือที่เราแนะนำให้ใช้ในการตรวจสอบข้อมูล คือ

  • Google Analytics จะเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบยอด Traffic ทั้งแบบ Organic Search และแบบ Paid Search
  • Google Search Console จะเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบจำนวนคลิก ค่า CTR และอันดับเฉลี่ย
  • Ahrefs  จะเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบจำนวน Backlink ต่าง ๆ 

ซึ่งเครื่องมือทั้งหมดนี้ เป็นเครื่องมือที่เรารวบรวมมาให้แล้วว่าดี เหมาะกับคนที่พึ่งเริ่มทำเว็บไซต์ หรือทำเว็บไซต์มาได้สักพักแล้วอยากตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ 

ประเมินคุณภาพ และทำการแก้ไข

หลังจากที่เราใช้เครื่องมือในการตรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราต้องมาทำการดูว่าสาเหตุ ข้อบกพร่องที่ทำให้คอนเทนต์มีปัญหา คืออะไร เพื่อที่จะทำการแก้ไขสาเหตุได้ถูกจุด และถูกหลัก SEO มากที่สุด เพื่ออันดับเว็บไซต์ที่ดีขึ้น โดยต้องดูว่าคอนเทนต์แบบไหนเหมาะกับการทำ SEOAudit ก่อนเป็นอันดับแรก 

ทำคอนเทนต์ติดอันดับที่1
Keyword Difficulty คือ

ความยาก ง่ายของ หรือการแข่งขันของ Keyword ที่ใช้นั่นเอง โดยจะใช้เครื่องมือในการค้นหา Keyword ซึ่ง Keyword แต่ละตัว มีระดับการแข่งขันที่ไม่เท่ากัน ถ้า Keyword คำไหนที่มีค่าสูง แสดงว่ามีการแข่งขันที่สูง

Search volume คือ

จำนวนการค้นหา Keyword ที่สนใจ ว่าในแต่ละเดือนมีการค้นหาคำนี้เป็นจำนวนเท่าไร ซึ่งจะเป็นตัวช่วยตัดสินใจเลือกใช้ keyword ว่า keyword ไหนใช้กับการทำ Google Ads หรือคำไหนทำ SEO

Crawler  คือ

โปรแกรมที่ใช้วิเคราะห์เว็บไซต์ทั้งหมดบน Search engine เพื่อนําเอาข้อมูลเหล่านั้นกลับเข้าไปใน Index หรือฐานข้อมูล

ขอบคุณข้อมูลจาก ContentShifu

สรุป

สำหรับหลักการทำ และความสำคัญ SEOAudit เพื่อน ๆ พอจะเข้าใจกันมากขึ้นแล้วใช่ไหม ว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อการทำเว็บไซต์ เพราะถ้าอยากทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จ การปรับปรุงคอนเทนต์ให้ดี และมีความน่าสนใจอยู่เสมอ นับเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยก็ว่าได้ 

และถ้าเราอยากทำให้คอนเทนต์ทั้งใหม่ และคอนเทนต์เก่า ๆ บนเว็บไซต์กลับมาติดอันดับการค้นหาได้อีกครั้ง ก็ต้องห้ามพลาดที่จะทำ SEOAudit เป็นอันขาด ซึ่งพวกเรา SEO Station ก็หวังว่าบทความในครั้งนี้ จะช่วยเป็นแนวทาง ตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้เพื่อน ๆ สามารถลองไปปรับใช้เข้ากับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี เพื่อทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมาย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ