หลายคนอาจจะคุ้นเคย และรู้จักวิธีการทำ Contentให้โดนใจผู้อ่าน กันแล้วใช่ไหม แต่รู้หรือไม่ว่าการทำคอนเทนต์นั้น มีการแบ่งประเภทออกไป เพื่อที่จะสร้างคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับเว็บไซต์ หรือบล็อคของเรา โดยจะมีคอนเทนต์แบบ TopicalContent  และ Evergreen Content ซึ่งคอนเทนต์ทั้งสองตัวนี้ก็มีความแตกต่างกันมาก

โดยวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับ EvergreenContent ให้มากขึ้นกัน ว่าคอนเทนต์ประเภทนี้เหมาะสำหรับการสร้างคอนเทนต์แบบไหน แล้วเว็บไซต์ของเราควรค่าแก่การทำคอนเทนต์แบบนี้หรือไม่ ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ อยากให้เว็บไซต์มียอด Traffic เยอะขึ้นการทำ EvergreenContent ช่วยดันเว็บไซต์เราให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรมากมาย เรามาเจาะลึกหลักการ และวิธีการทำไปพร้อม ๆ กันเลย  

Evergreen content  คือ

หรือ Vanilla Content เป็นคอนเทนต์แบบถาวร ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักเท่าไหร่ก็สามารถกลับมาอ่านคอนเทนต์ประเภทนี้ได้เรื่อย ๆ ถึงแม้เวลาจะผ่านไป แต่ EvergreenContent ก็ยังมีเนื้อหาสดใหม่ ตอบสนองความต้องการ และยังเป็นที่น่าสนใจอยู่เหมือนเดิม

ซึ่ง EvergreenContent จะเป็นคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับการใช้ Keyword หรือคำที่ผู้ค้นหาต้องการอยากที่จะรู้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถาม หรือเป็นการให้ความรู้ ซึ่งคอนเทนต์ที่ทำไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนั้น  แต่ EvergreenContent จะต้องเป็นการทำคอนเทนต์ที่เรามั่นใจได้ว่าจะเป็นประโยชน์ และอยู่ในความต้องการของกลุ่มเป้าหมายตลอดไป เพราะถ้าเป็นคอนเทนต์แบบตามกระแสก็จะเป็นที่นิยมไม่นาน ในไม่ช้าก็จะถูกมองข้ามไป 

ทำให้การทำคอนเทนต์แบบ EvergreenContent เหมาะแก่คนที่ทำเว็บไซต์แบบบล็อค ให้ความรู้ สาระประโยชน์ต่าง ๆ มากกว่า เพราะต่อให้เวลาผ่านไปนานยังไงคนก็จะกลับมาให้ความสนใจ กดคลิกอ่านคอนเทนต์ของเราอยู่เรื่อย ๆ แถมการทำ EvergreenContent จะส่งผลต่อยอดผู้เข้าชม และอันดับเว็บไซต์ของเราได้ในอนาคต 

การสร้าง Evergreen Content

ทำไมการทำ Evergreen content  ถึงสำคัญต่อเว็บไซต์ 

สำหรับความสำคัญของการทำ EvergreenContent กับเว็บไซต์ของเรา แน่นอนว่าถ้าเราอยากทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จัก น่าเชื่อถือ มีคุณภาพ แถมยังอยากให้เว็บไซต์ติดอับดับการค้นหาบนหน้า Search engine แล้วหละก็การทำ EvergreenContent ถือว่าเหมาะมาก ๆ สิ่งที่ทำให้ EvergreenContent สำคัญ คือ

กระตุ้นอันดับบนหน้าค้นหา 

อย่างที่บอกไปว่าจุดประสงค์หลัก ๆ ของการทำเว็บไซต์นอกจากจะอยากขายสินค้า หรือบริการ ก็อยากทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จัก ติดอันดับการค้นหาทั้งนั้น ซึ่งการทำ EvergreenContent จะมีคุณค่ามากต่อเว็บไซต์ของเราในระยะยาว เพราะไม่ว่าจะยังไงกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้ค้นหาก็อยากหาคำตอบในเรื่องที่สนใจ 

ต่อให้เราทำ EvergreenContent ไปตั้งนานแล้ว ยังไงคอนเทนต์เหล่านี้ก็ยังจะปรากฏอยู่ที่หน้าค้นหาอย่างแน่นอน เผลอ ๆ ติดอันดับ Top 3 บนหน้าค้นหาก็ได้ จึงทำให้การทำ EvergreenContent จำเป็นอย่างมากที่ต้องเลือกใช้คำ หรือ Keyword ให้ถูกต้องเพราะมันจะส่งผลต่อการค้นหาของเราได้ในอนาคต

ช่วยเรียกยอด Traffic

นอกจากจะทำให้อันดับการค้นหาของเราดีขึ้น การทำ EvergreenContent ก็จะช่วยเรียกยอด Traffic ให้กับเว็บไซต์ของเราได้เหมือนกัน เพราะผู้ค้นหา หรือกลุ่มเป้าหมายไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่ ก็ยังมีคำถาม หรืออยากหาคำตอบเรื่องนั้นอยู่เสมอ ซึ่งถ้าเราทำคอนเทนต์ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ก็จะช่วยเรียกยอด Traffic ให้กับเว็บไซต์ของเราได้เรื่อย ๆ 

Evergreen content มีอะไรบ้าง

สำหรับประเภทของ EvergreenContent ที่เป็นที่นิยม และได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จะเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็สามารถเข้ามาอ่านได้เรื่อย ๆ คือ

  • How to = เป็นคอนเทนต์ที่เน้นการสาธิต หรือการทำให้ดูเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจวิธีการทำได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง How to ทำบราวนี่
  • Fact = คือคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริง ข้อมูลความจริงต่าง ๆ ที่ต้องการนำเสนอให้ผู้เข้าอ่านได้รับข้อมูลที่เป็นจริง ยกตัวอย่างเช่น ความจริงเรื่องการกินฟ้าทะลายโจร ไม่รักษาโควิด กินได้แต่อย่ามาก
  • List , Checklist = เป็นคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับการลิสต์ข้อมูลต่าง ๆ แยกเป็นข้อ ๆ เพื่อเข้าใจได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Check List 5 สิ่งที่ไม่ควรลืมเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ หรือ 5 สิ่งที่ห้ามทำ ถ้าไม่อยากเป็นโควิด
  • Tipst = เป็นคอนเทนต์ที่จะเน้นเรื่องทริค เทคนิควิธีการต่าง ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ยกตัวอย่างเช่น เทคนิคการเขียน EvergreenContent ให้น่าสนใจ
  • ข้อมูลแบบ Guidelines = หรือข้อมูลแบบละเอียด เป็นคอนเทนต์ที่ต้องมีเนื้อหาที่ถูกต้อง หรือเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับแนวทางก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น แนวทางการรักษาโรคโควิด
  • การตั้งคำถาม FAQ = Frequently Asked Questions เป็นการตั้งคำถาม และต้องการคำตอบจากกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้ค้นหาสามารถเจอได้บ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น SEO คืออะไร , ทำไมถึงต้องมีการทำ SEO
  • บทสัมภาษณ์ = เป็นการเขียนคอนเทนต์จากบทสัมภาษณ์ของคนที่มีชื่อเสียง หรือมีประวัติที่สำคัญควรค่าแก่การนำเสนอข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น ถามคำตอบคำ กับแจ็คหม่า
  • รีวิวต่าง ๆ = เป็นคอนเทนต์เชิงรีวิว ไม่ว่าจะเป็นรีวิวสินค้า หรือบริการ เพื่ออธิบายรายละเอียด และสรรพคุณ เพื่อช่วยในการตัดสินใจของผู้เข้าชมได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง รีวิวครีมหน้าใส เห็นผลจริงใน 7 วัน

ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็เป็นประเภทคอนเทนต์แบบ EvergreenContent ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และเราก็จะเห็นคอนเทนต์แบบนี้ตามเพจ เว็บไซต์ หรือบล็อคต่าง ๆ 

ยอด traffic เพิ่มขึ้น

ข้อดี และข้อเสียของการทำ Evergreen content  

ข้อดีของ EvergreenContent

  • เป็นการทำคอนเทนต์ที่ไม่ต้องอิงกระแสเป็นหลัก ก็สามารถเรียกยอดผู้เข้าชม และอันดับเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้ 
  • มีประโยชน์ต่อการทำ SEO เพราะถ้าเราได้นำเรื่องที่ได้รับความสนใจมาเขียนคอนเทนต์แบบ EvergreenContent โดยเลือกใช้คำคีย์เวิร์ดให้เหมาะสม ก็จะมีคุณภาพ เป็นที่น่าสนใจส่งผลต่ออันดับ และ Traffic ได้เช่นเดียวกัน 
  • ทำให้ภาพลักษณ์ของเว็บไซต์เราดีขึ้น เพราะเมื่อเราทำ EvergreenContent เป็นประโยชน์ และมีความรู้ต่อผู้อ่าน ก็จะได้ตอบรับจากผู้เข้าชม และ Google มองว่าเว็บไซต์ของเรานั้นดี ควรค่าแก่การเข้าชม เสพเนื้อหาต่าง ๆ บนเว็บไซต์ 
  • ประหยัดเวลาในการทำคอนเทนต์ที่มีจำนวนมาก ๆ 
  • ต่อให้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ยังสามารถนำคอนเทนต์นี้มาแชร์ซ้ำ ๆ เพื่อเรียกยอด Traffic ได้

ข้อเสียของ EvergreenContent

  • ใช้เวลานานกว่าที่คอนเทนต์จะติดอันดับ และมียอด Traffic เยอะ
  • จะมีวิธีการทำที่ยากกว่าคอนเทนต์แบบ Topical Content เพราะคอนเทนต์แบบ EvergreenContent จำเป็นต้องมีเนื้อหา ข้อมูลที่ถูกต้อง และครบถ้วนกว่า 
  • คอนเทนต์แบบ EvergreenContent จะไม่ได้อยู่ในกระแสนาน ๆ เหมือน Topical Content ทำให้ผู้คนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่ได้สนใจคอนเทนต์ของเรามากสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีผู้คนค้นหาคอนเทนต์ของเราอยู่เรื่อย ๆ 
วิธีการทำ Evergreen Content ให้น่าสนใจ

เทคนิคการทำ  Evergreen content  ให้น่าสนใจ 

เพราะการที่เราไม่ใช่คอนเทนต์ที่อิงกระแส หรือตามทันกระแสอยู่ตลอดเวลา เลยทำให้การทำคอนเทนต์แบบ EvergreenContent ให้น่าสนใจถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก แล้วเราจะทำ EvergreenContent ออกมาให้น่าสนใจอย่างไรดี โดยเทคนิคการทำก็มีดังนี้ 

Topic Research 

เริ่มต้นด้วยที่เราต้องทำการค้นหา toppic ว่ามี topic หรือคำถามอะไรที่น่าสนใจ หรือจะหา topic จากสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการอยากจะรู้คำตอบ หรืออยากที่จะหาข้อมูลก็ได้ เพื่อที่คอนเทนต์ของเราจะตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด 

Keyword Research

หลังจากที่เราได้ Toppic เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมาดูว่าจะมีคีย์เวิร์ดไหนบ้าง ที่มีการค้นหามากที่สุด ก็ให้นำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาประกอบการทำคอนเทนต์ของเราได้ 

Trends

ใช่ว่าการทำคอนเทนต์แบบ EvergreenContent จะไม่ใช้เทรนด์ หรือสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยม แต่เราจะใช้เทรนด์ที่ยืดหยุ่น แม้เวลาผ่านไปนานก็ยังเป็นที่สนใจ สามารถเข้ามาอ่านได้เรื่อย ๆ มากกว่าการใช้เทรนด์ที่เป็นที่นิยมในแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ 

ต้องเน้นคุณภาพ

สำหรับการทำ EvergreenContent ให้น่าสนใจ และเป็นที่นิยม เราต้องทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพมากที่สุด โดยเนื้อหาภายในคอนเทนต์ต้องมีเนื้อหาที่ถูกต้อง ครบถ้วน และที่สำคัญเลยต้องมีประโยชน์แก่ผู้อ่าน ก็จะทำให้คอนเทนต์ของเรามีความน่าเชื่อถือ และผู้เข้าชม และกลุ่มเป้าหมายก็จะเลือกอ่านคอนเทนต์ของเรา 

สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้คอนเทนต์ 

การสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้น่าสนใจ ควรจะสร้างคอนเทนต์ที่มีความแตกต่าง โดยการสร้างเอกลักษณ์ให้กับคอนเทนต์ของเรา ก็จะทำให้ผู้อ่าน และกลุ่มเป้าหมายรับรู้ได้ว่าคอนเทนต์แบบนี้มาจากเว็บไซต์ของเราอย่างแน่นอน เพราะถ้าเราไม่สร้างเอกลักษณ์ให้กับคอนเทนต์ของเราก็จะทำให้คอนเทนต์มีความจำเจ และซ้ำซากกับคอนเทนต์ของเว็บอื่น ๆ 

Refresh คอนเทนต์อยู่เสมอ 

เมื่อเราทำคอนเทนต์เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราต้องหมั่นคอยเข้ามาตรวจสอบ อัปเดตข้อมูล รีเฟรชคอนเทนต์ให้มีความสดใหม่อยู่เสมอ หรือถ้าคอนเทนต์ของใครที่มีวันที่ระบุเอาไว้ ก็ควรเข้ามาแก้ไขวันที่ให้สดใหม่เช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้คอนเทนต์ของเราไม่เอ้าท์ และเป็นที่น่าสนใจอยู่ตลอดเวลาได้ 

ทริคเล็ก ๆ ช่วยเสริม  Evergreen content   ให้สมบูรณ์

หลังจากรู้เทคนิคการสร้างคอนเทนต์แบบ EvergreenContent ให้น่าสนใจไปแล้ว เรามาดูทริคเล็ก ๆ ช่วยเสริมคอนเทนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีกดีกว่า ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ทริค

สร้างคอนเทนต์แบบถามตอบ หรือ FAQ 

ทริคนี้จะช่วยทำให้การทำคอนเทนต์ของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ควรที่จะใส่คีย์เวิร์ด หรือคำสำคัญลงไปด้วย เพราะจะช่วยเรียกยอด Traffic ให้กับเว็บไซต์ของเราได้ 

เขียนคอนเทนต์ที่เจาะจง 

เพราะการเขียนที่ใช้คำ หรือคีย์เวิร์ดกว้าง ๆ นั้นยากที่จะมีคนค้นหาคอนเทนต์ของเราเจอ ซึ่งการทำคอนเทนต์ที่ใช้คำเฉพาะเจาะจงจะเป็นสิ่งที่ทำง่ายกว่า และผู้เสิร์ชสามารถค้นหาเราได้ง่ายกว่า 

ใช้ Internal link เชื่อมคอนเทนต์

การสร้าง Internal link จะช่วยทำให้คอนเทนต์บนเว็บไซต์ของเรามีความเชื่อมโยงกัน ทำให้ผู้อ่านสามารถคลิกอ่านคอนเทนต์ หรือบทความอื่น ๆ บนเว็บไซต์ของเราได้เลยโดยที่ไม่ต้องไปเสิร์ชหาใหม่ และยังจะช่วยดันแต่ละคอนเทนต์ให้มียอด Traffic และอันดับที่ดีขึ้นอีกด้วย 

สร้างคอนเทนต์ให้สมบูรณ์
Niche Keyword คือ

คำที่บอกรายละเอียด หรือเป็นคำที่ขยายความหมายมากกว่า Seed Keyword แต่ยังมีลักษณะของคำที่เจาะจง ยกตัวอย่างเช่น คีย์เวิร์ดคำว่า“นาฬิกา” Niche Keyword คือคำว่า “นาฬิกาผู้หญิง” 

Tropical Content คือ

คอนเทนต์ที่มีเนื้อหาที่เน้นความรวดเร็ว ตามทันกระแส อัปเดตข้อมูลตลอดเวลา เช่น โฆษณาวิดีโอไวรัล ข่าวเหตุการณ์ประจำวัน

Search Volume คือ

การนับจำนวนการค้นหาคำหลัก หรือคีย์เวิร์ดที่เราสนใจว่ามีการค้นหาเป็นจำนวนเท่าไร โดยจำนวนการค้นหาขึ้นอยู่กับความนิยม คะแนนความยาก หรือประเภทของคำค้นหา นำมาสู่ Organic Traffic และ Organic Reach

ขอบคุณข้อมูลจาก the white marketing

สรุป

การทำ EvergreenContent ถือเป็นวิธีการทำคอนเทนต์ที่ดีอีกหนึ่งรูปแบบ ที่จะช่วยให้อันดับบนเว็บไซต์ และยอด Traffic ของเรานั้นดีขึ้น ซึ่งการทำ EvergreenContent ให้ดีนั้นจะต้องอาศัยหลักการ และเทคนิคสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการการตั้ง Toppic การใช้คีย์เวิร์ด การรีเฟรชคอนเทนต์ รวมไปถึงการสร้างคอนเทนต์ให้มีคุณภาพ ข้อมูลเนื้อหาครอบคลุม 

ดังนั้นการเลือกทำ EvergreenContent จึงจะเหมาะกับผู้ที่ทำ SEO และอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหา และยังทำให้เว็บไซต์ของเราได้รับความเชื่อถือจาก Google ด้วย เห็นแบบนี้แล้วอยากหันมาทำคอนเทนต์แบบ EvergreenContent คอนเทนต์กันเลยใช่ไหม ถ้ารู้ว่าดีแบบนี้แล้วจะรอช้าอยู่ไย มาไต่อันดับบนหน้าค้นหาไปพร้อม ๆ กับพวกเรา SEO Station กันดีกว่า 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ