ทุกวันนี้เชื่อว่าหลาย ๆ เว็บไซต์ หลาย ๆ บล็อคต้องมีการทำเลือกทำคอนเทนต์ให้เหมาะกับเว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งในบทความที่ผ่านมาเราก็ได้พูดถึงเทคนิค การทำคอนเทนต์แบบ Evergreen Content เป็นคอนเทนต์ที่เหมาะกับคนทำเว็บไซต์ที่อยากเพิ่มยอด Traffic และเพิ่มอันดับให้กับเว็บไซต์ แต่วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูวิธีการทำคอนเทนต์อีกหนึ่งแบบ นั่นคือการทำคอนเทนต์แบบ Topical Content 

ซึ่งจะมีวิธีการทำที่แตกต่างจากการทำ Evergreen content อย่างไรบ้าง จะมีรูปแบบการทำอย่างไรที่ส่งผลดีต่อเว็บไซต์ หรือบล็อคของเรา หรือจะทำอย่างไรให้คอนเทนต์น่าสนใจทันตามกระแส ก็มาติดตามบทความในวันนี้ไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า 

Topical Content  คือ

ก่อนที่เราจะเริ่มดูเทคนิค หรือวิธีการทำ เรามาทำความรู้จักกับ TopicalContent คร่าว ๆ กันก่อนดีกว่า TopicalContent เป็นคอนเทนต์ที่อิงตามกระแส หรือเป็นคอนเทนต์แบบ Real time เป็นคอนเทนต์ที่จัดทำขึ้นมาตามกระแส หรือสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยม หรือพูดถึงในขณะนั้น

โดยการสร้างคอนเทนต์แบบ TopicalContent จะเป็นการระบุวันเวลา หรือช่วงเวลาที่เกิดขึ้นของเหตุการณ์นั้น ๆ เพื่อที่จะให้ผู้อ่าน หรือผู้เข้าชมรับรู้ว่าเว็บไซต์ หรือบล็อคของเรามีการอัปเดตข่าวสารที่ทันสมัยอยู่เสมอ แต่คอนเทนต์ประเภทนี้เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ ก็จะไม่มีการอัปเดตข้อมูล แต่จะเป็นการสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาใหม่แทน 

ซึ่ง TopicalContent จะไม่ค่อยส่งผลต่อการจัดอันดับบนหน้า Search Engine สักเท่าไหร่ เพราะเป็นคอนเทนต์ที่ Google มองว่าเป็นคอนเทนต์แบบชั่วคราวอิงตามกระแส พอเวลาผ่านไป Google ก็จะไม่แสดงผลการค้นหาของบทความ หรือคอนเทนต์นี้อีก 

แต่ในทางกลับกันหากใครที่อยากเพิ่มยอดผู้เข้าชม เพิ่มยอด Traffic และ Engagement การทำคอนเทนต์แบบ TopicalContent จะส่งผลดีต่อการเว็บไซต์ และบล็อคของเราได้ดีเป็นอย่างมากในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ  และยังจะเพิ่มโอกาสให้ผู้ค้นหา หรือผู้เข้าชมที่สนใจคอนเทนต์ หรือสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในเวลานั้นได้ง่ายมากขึ้น 

รู้จัก Topical content

ประเภทของ Topical Content  มีอะไรบ้าง

ซึ่งประเภทของการทำ TopicalContent ส่วนใหญ่จะเป็นคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับกระแสที่กำลังเป็นที่นิยม ผู้คนให้ความสนใจ หรือพูดถึง ซึ่งประเภทของคอนเทนต์แบบ TopicalContent คือ 

บทความข่าว หรือเหตุการณ์ที่กำลังน่าสนใจ

โดยส่วนใหญ่หลาย ๆ คนอาจจะเคยอ่านคอนเทนต์แบบ TopicalContent ผ่านบทความข่าวต่าง ๆ หรือสกู๊ปพิเศษที่กำลังน่าสนใจในขณะนั้น เพราะเป็นการทำคอนเทนต์ที่สดใหม่ แบบวันต่อวันต่อวัน ส่วนใหญ่จะเจอตามเว็บไซต์ข่าว จึงนิยมทำคอนเทนต์แบบ TopicalContent กันซะส่วนใหญ่ 

บทความเกี่ยวกับวันหยุด หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ 

เป็นคอนเทนต์อีกหนึ่งประเภทที่อาศัยความสดใหม่ และต้องทันกระแส จึงเป็นคอนเทนต์ที่เหมาะกับการทำแบบ TopicalContent เป็นอย่างมาก ซึ่งคอนเทนต์ที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะเป็นคอนเทนต์วันหยุด อย่างวันแม่แห่งชาติ ที่ได้รวบรวมเนื้อหา ข้อมูลพิเศษเอาไว้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ หรือจะเป็นคอนเทนต์วันพิเศษ อย่างวันวาเลนไทน์ ที่หลาย ๆ เว็บไซต์ หรือหลาย ๆ บล็อคเลือกทำกัน เพื่อกระตุ้นยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์มากขึ้น 

คอนเทนต์ตามเทรนด์ความนิยม 

คอนเทนต์ตามเทรนด์ความนิยมจะเป็นคอนเทนต์ที่ต้องทำแบบ TopicalContent เพราะต้องอาศัยความเป็นกระแส ตามทันเทรนด์ ทั้งไทย และต่างประเทศ ซึ่งคอนเทนต์ประเภทนี้ส่วนใหญ่มักเห็นตามเว็บไซต์สินค้าออนไลน์ หรือเว็บไซต์แฟชันต่าง ๆ เพราะเว็บไซต์เหล่านี้ต้องมีการอัปเดตคอนเทนต์ไม่ให้ตกเทรนด์อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นอัปเดตการแฟชันการแต่งตัวตามฤดูกาล , การอัปเดตสิ่งของที่กำลังน่าสนใจ และกำลังมาแรงเป็นต้น 

ข้อดีTopical content

ข้อดี และข้อเสียของ TopicalContent 

ข้อดีของการทำคอนเทนต์แบบ Topical Content

  • เป็นคอนเทนต์ที่ผลิตได้ง่าย และรวดเร็วสามารถผลิตคอนเทนต์ที่น่าสนใจได้เป็นจำนวนมาก ๆ เนื่องจากการทำคอนเทนต์แบบ TopicalContent ไม่ต้องใช้ข้อมูล หรือการวิเคราะห์อะไรที่มากมาย เหมือนกับการทำคอนเทนต์แบบ Evergreen Content 
  • จะดึงดูยอดผู้เข้าชมได้เป็นจำนวนมากในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพราะ TopicalContent จะเป็นการทำคอนเทนต์ที่อิงกระแสอยู่ในช่วงเวลานั้น ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็ว

ข้อเสียของการทำคอนเทนต์แบบ Topical Content

  • คอนเทนต์แบบ TopicalContent จะไม่ได้เป็นที่น่าสนใจในระยะยาว ถ้าหมดกระแสแล้วก็จะไม่มีคนค้นหา หรือเสิร์ชเพิ่มเติม 
  • คอนเทนต์แบบ TopicalContent มาไวไปไว จะอยู่ในช่วงพีคแค่ไม่กี่วัน คอนเทนต์นั้นก็จะเอ้าท์ทันที 
  • การทำ TopicalContent จะต้องรวดเร็ว และตามให้ทันกระแสอยู่ตลอด ถ้าผลิตคอนเทนต์ หรือปล่อยคอนเทนช้ากว่าเว็บอื่น ๆ ก็อาจจะทำให้คอนเทนต์ของเราเป็นที่น่าสนใจน้อย
  • การทำ TopicalContent มีการแข่งขันที่สูง เพราะต้องแข่งกับเว็บไซต์ใหญ่ ๆ 

หาไอเดียการทำ Topical Content ให้น่าสนใจ ดึงดูดผู้อ่าน

ใช้แอปพลิเคชัน Feedly

เป็นแอปพลิเคชัน Feedly ที่รวบรวมเว็บไซต์ที่น่าสนใจ ที่มีการผลิตคอนเทนต์ที่รวดเร็วทันใจไว้ในที่เดียว ถ้าเมื่อไหร่เว็บไซต์ที่เราสนใจมีการโพสต์คอนเทนต์ เราก็สามารถเข้าไปเสพเนื้อหา เสพคอนเทนต์ได้แบบ Real time เพื่อนำมาปรับใช้กับการทำคอนเทนต์บนเว็บไซต์ของเราได้ดี และรวดเร็วยิ่งขึ้น 

เว็บไซต์ Social.gg

อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่รวบรวมข่าวสาร หรือสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในช่วงเวลานั้น ๆ หากใครที่ทำ TopicalContent ต้องพลาดไม่ได้ที่จะมี Socail.gg ติดเอาไว้ เพราะเราจะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ และผลิตคอนเทนต์ให้ตามทันกระแสได้ 

Pantip 

พันทิป เป็นอีกหนึ่งช่องทางดี ๆ ในการหาไอเดียสร้างคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นการทำคอนเทนต์แบบ TopicalContent หรือคอนเทนต์แบบ EverGreen Content ต่างใช้พันทิปเป็นตัวช่วยในการสร้างคอนเทนต์ดี ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และอิงกระแสที่น่าสนใจในตอนนั้น 

ทริคในการทำ Topical Content ให้มีคุณภาพมากขึ้น 

ความรวดเร็ว 

แน่นอนว่าการทำคอนเทนต์แบบ TopicalContent จะต้องอาศัยความเร็วเป็นหลัก จะมัวรอช้าโอ้เอ้อยู่คงไม่ทันเว็บไซต์ใหญ่ ๆ เป็นแน่ ถ้าอยากมียอดผู้เข้าชมเยอะ ๆ จะต้องมีการอัปเดตข้อมูลคอนเทนต์อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะให้ผู้เข้าชมเลือกชมคอนเทนต์จากเว็บเราก่อนเป็นลำดับแรก 

ความถูกต้อง

นอกจาความเร็วในการทำคอนเทนต์ และอัปเดตข้อมูลแล้ว ก็อย่าลืมที่จะตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูลในการทำคอนเทนต์ด้วย เพราะถ้าอยากเพิ่มยอดผู้เข้าชม การนำเสนอคอนเทนต์ที่ดี มีเนื้อหาถูกต้องครบถ้วน ถือว่าเป็นผลต่อยอดผู้เข้าชมในอนาคตเป็นอย่างมาก ถ้าหากนำเสนอคอนเทนต์ออกไปแบบไม่มีการตรวจเช็ค หรือตรวจสอบข้อมูล อาจทำให้ผู้เข้าชมเลิกอ่านคอนเทนต์ของเว็บไซต์ของเราได้ 

เพิ่มคุณค่าให้กับคอนเทนต์ 

การที่จะทำคอนเทนต์แบบ TopicalContent ให้สำเร็จและสมบูรณ์นอกจากจะต้องพึ่งความรวดเร็ว ความถูกต้องแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือการเพิ่มคุณค่าให้กับคอนเทนต์ โดยการเพิ่มคุณค่าให้กับคอนเทนต์ คือการทำภาพ Infographic การสรุปประเด็น หรือใส่ประเด็นที่แตกต่างจากเว็บอื่น ๆ ที่น่าสนใจกว่า รวมไปถึงการแสดงความคิดเห็น หรือประโยชน์ลงไปด้วย สิ่งนี้ก็จะเป็นส่วนช่วยที่จะทำให้คอนเทนต์บนเว็บไซต์ของเราเวิร์ค และมีคุณภาพควรค่าแก่การเข้าชมมากยิ่งขึ้น 

คอนเทนต์ออนไลน์
Data-backed Content คือ

การสำรองข้อมูลการอ้างสิทธิ์ในเนื้อหาที่เราสร้างขึ้น ด้วยข้อมูลที่ทันเหตุการณ์และถูกต้อง ซึ่งมีข้อดี คือจะทำให้คอนเทนต์ของเราน่าเชื่อถือ และช่วยให้เราสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้

Visual Content คือ

คอนเทนต์แบบเนื้อหาที่มีภาพ วิดีโอ หรือ Infographics เป็นส่วนประกอบ ถือเป็นปัจจัยสำคัญถ้าอยากทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จ

Landing Pages คือ

เป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงเว็บไซต์ เนื่องจากเป็นหน้าแรกของเว็บไซต์ที่นำผู้ชมเข้ามาถึง ถ้าหากเราสามารถสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก Am2b marketing

สรุป

โดยสรุปแล้วสำหรับการทำคอนเทนต์แบบ TopicalContent เหมาะกับเว็บไซต์จำพวกข่าว หรือเว็บไซต์ที่ต้องตามเทรนด์อยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเว็บไซต์แฟชันต่าง ๆ ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้จะเหมาะมาก ๆ กับการทำคอนเทนต์แบบ TopicalContent เพราะจะส่งผลดีต่อยอดผู้เข้าชมในช่วงระยะเวลาสั้น แต่หากเว็บไซต์ หรือบล็อคของใครที่ต้องการอยากได้ยอดผู้เข้าชม และอันดับบนหน้าการค้นหาในระยะยาว พวกเรา SEO Station ก็ขอแนะนำให้ทำคอนเทนต์แบบ Evergreen Content ดีกว่า 

แต่สำหรับใครที่อยากลองทำคอนเทนต์ทั้งสองแบบทั้ง TopicalContent และ Evergreen Content ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เพียงเราต้องจัดการแบ่งหมวดหมู่ Category ให้เรียบร้อย เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงคอนเทนต์บนเว็บไซต์ของเราได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้เว็บไซต์ของเราก็จะสมบูรณ์ มีคุณภาพ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ในที่สุด!

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ