เคยเป็นกันไหมเวลาเราทำเว็บไซต์ แล้วเว็บไซต์ของเรานั้นโหลดช้า หรือดันเปิดหน้าเว็บไซต์ไม่ได้ ทำเอาเสียอารมณ์เป็นอย่างมากกันเลยใช่ไหม ว่าเป็นเพราะอะไร ทั้ง ๆ ที่ก็ทำตามขั้นตอนของการทำ SEO เป๊ะ ๆ แล้วแต่ก็ยังเปิดไม่ได้ ซึ่งถ้าให้พูดถึงการทำ SEO ปัจจัยอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญถ้าอยากทำให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น หรือหมดปัญหาเปิดหน้าเว็บไซต์ไม่ได้ ก็คงจะเป็น Pagespeed ตัวช่วยอีกหนึ่งตัวที่ไม่ควรมองข้าม 

หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักกับPagespeed ที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยของการทำ SEO  เนื่องจากPagespeed เป็นหลักการหลัก ๆ ของ google ที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการวัดคุณภาพความเร็วของเว็บไซต์ ถ้าได้คะแนนมาเท่าไหร่ ก็จะส่งผลต่ออันดับเว็บไซต์มากขึ้นเท่านั้น วันนี้เราด็จะมาพูดถึงpagespeed กันว่าคืออะไร และความสำคัญของpagespeed ว่าทำอย่างไรถึงจะส่งผลดีต่อการทำ SEO

pagespeed คืออะไร

Pagespeed คือ

ความเร็วของหน้าเพจบนเว็บไซต์ ความเร็วในการแสดงผลข้อมูลต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ วิดิโอ บทความ กราฟิกต่าง ๆ โดยเว็บไซต์ที่ดีต้องมีการดาวน์โหลดเนื้อหา ข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ลื่นไหล 

ซึ่งจะมีองค์ประกอบหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโค้ด การอัปโหลดคอนเทนต์ต่าง ๆ การออกแบบ UX,UI จะต้องลื่นไหลตอบโจทย์ผู้ใช้งานในทุกแพลตฟอร์มทั้งคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ และอีกสิ่งนั่นก็คือ hosting อีกองค์ประกอบที่สำคัญต่อการวัดค่าความเร็วของเว็บไซต์ โดยองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะส่งผลดีต่อการทำ seo เพื่อทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นติดอันดับบน google ได้ 

ปัจจัยที่ใช้วัดความเร็ว 

Request

การเรียกขอใช้งานส่วนต่าง ๆ ในการแสดงผลเว็บไซต์ อย่างเช่น ภาพ , Css , script และ JQrery

Load Time

ระยะเวลาที่ใช้ในการโหลดหน้าเว็บไซต์ทั้งหมด

Page size

ขนาดของไฟล์ทั้งหมดในการโหลดหน้าเว็บไซต์นั้น ๆ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Pagespeed

โดยมีปัจจัยหลายอย่างที่จะส่งผลต่อpagespeed จะมีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น

Server

ไม่มีคุณภาพ อาจเกิดมาจากจำนวนการแชร์เว็บไซต์บน server นั้น ๆ ที่เยอะจนเกินไปทำให้ server ทำงานหนักจนเกินไป

Script code

ที่รันอยู่บนเว็บไซต์ ที่มีมากเกินไป ซึ่งปัญหานี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อน จะต้องมีความรู้เรื่อง coding เพื่อใช้แต่ง script ต่าง ๆ  

Network

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง bandwidth ปริมาณการรับ ส่งข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต hosting ของ server ที่มีการดาวน์โหลด และอัปโหลดที่ต่ำ หรือ server ที่ราคาถูก ๆ เพราะถ้าค่า bandwidth ต่ำก็จะเท่ากับว่าราคาถูก 

Sitemap 

การที่อัปโหลดคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่มีรูปภาพ หรือวิดีโอไม่ควรอัปโหลดที่มีไฟล์ขนาดใหญ่จนเกินไป เพราะจะทำให้เว็บไซต์ของเราโหลดช้าได้ 

Responsive Design

responsive design คือการออกแบบเว็บไซต์ให้มีความลื่นไหลในการใช้งานบนทุก ๆ แพลตฟอร์ม

google pagespeed

Pagespeed มีความสำคัญต่อหลัก seo อย่างไร 

การจัดอันดับบนหน้าของ google นั้น pagespeedถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการใช้งาน เพราะ google จะชอบให้ความสนใจ ความใส่ใจของประสบการณ์การใช้งานของผู้เข้าชมเว็บไซต์ UX เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งเว็บไซต์ที่โหลดเร็ว ลื่นไหลต่อการใช้งาน google ก็จะจัดให้มาอยู่อันดับบน ๆ ของการค้นหา และถ้าเว็บไซต์ไหนโหลดช้า ภาพไม่แสดง เข้าเว็บไซต์แล้วเว็บไซต์เด้งออกหรือเกิดข้อผิดพลาดเยอะ ๆ google ก็จะลดอันดับลงไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเว็บไซต์ก็หลุดอันดับออกไปเลย

เพราะการที่มีเว็บไซต์ที่โหลดช้า ๆ อยู่ในอันดับ พอเวลาเรากดคลิกเข้าไปแล้วต้องรอนาน ๆ มันก็จะทำให้รู้สึกเสียอารมณ์มาก ไม่เป็นดั่งใจ จนทำให้ไม่อยากเข้าใช้งานเว็บไซต์อีก ผู้ใช้งานก็จะคิดว่าเปลี่ยนเว็บไซต์ก็ได้ เพราะก็ได้ข้อมูลเนื้อหาที่เหมือนกัน ต่างกันแค่ตรงไม่ต้องเสียเวลาในการโหลดนาน ๆ เหตุนี้จะทำให้pagespeed มีความสำคัญอย่างมากต่อหลักการทำ seo เป็นอย่างมากนอกจากจะช่วยให้เว้บไซต์ของเราอยู่ในอันดับต้น ๆ ของการค้นหาแล้ว ยังทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นโหลดเร็วขึ้น ลื่นไหลต่อการใช้งาน ประทับใจต่อผู้ใช้งานอย่างแน่นอน 

หลาย  ๆ คนคงอยากจะเริ่มวัดความเร็วเว็บไซต์กันแล้วใช่ไหม แต่เดี๋ยวก่อน มาทำความรู้จักตัวช่วยที่ ที่จะช่วยวัดความเร็วอย่างPagespeed Insights กันดีกว่า

Pagespeed insights คือ

ซึ่งเครื่องมือในการวัดผลความเร็วของหน้าเว็บไซต์ โดยทาง google จะมีการให้คะแนนของpagespeed ตั้งแต่คะแนนเต็มอยู่ที่ 100 คะแนน ลดหลั่นลงไปจนถึง 0 คะแนน ซึ่งคะแนนก็จะแบ่งออกเป็นสี โดยจะมี สีเขียว คะแนนคือ 90 – 100  สีเหลือง คะแนนคือ 50 – 89  ส่วนสีแดง คะแนนคือ 0 – 49 ซึ่งถ้าเว็บไซต์ของเราได้คะแนนอยู่ที่ 0 – 49 บ่งบอกเลยว่าเว็บไซต์ของเรามีการโหลดหน้าเว็บไซต์ที่ช้า ไม่รวดเร็วต่อผู้ใช้งาน ซึ่งนอกจากpagespeed insights จะเป็นตัววัดคะแนนของเว็บไซต์เราแล้ว ยังเป็นตัวที่บอกถึงข้อแนะนำ และปัญหาต่าง ๆ ในด้าน performance ที่เกิดขึ้นภายในเว็บไซต์ ตัวที่เป็นสาเหตุทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นไม่เร็ว  

และถึงแม้ว่าเว็บไซต์ของเราจะได้คะแนนเต็ม 100 คะแนนแต่ก็ไม่ได้หมายความเว็บไซต์ของเรานั้นจะเร็วที่สุด และติดอันดับได้ทันที เรายังต้องอาศัยปัจจัยในการทำ seo อื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา , linkbuilding , keyword ต่าง ๆ ด้วย 

อย่างไรก็ตามpagespeed เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการทดสอบ และเป็นตัวให้คะแนนความเร็วของเว็บไซต์จาก google เพียงเท่านั้น โดยนั่นก็จะหมายความว่าถ้าpagespeed insight ของเราคะแนนยิ่งเยอะ ยิ่งจะเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับการค้นหาได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง 

เครื่องวัด pagespeed insight

วิธีการวัด Pagespeed ทำได้อย่างไร 

1.เข้าไปที่เว็บ Pagespeed Insights

หน้าเว็บ pagespeed insight

2.กรอก URL ของเว็บไซต์ของเรา 

3.หลังจากนั้นรอระบบ generate ข้อมูลบนเว็บไซต์ เราก็จะทราบคะแนนของเว็บไซต์ของเรา 

นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยวัดความเร็วเว็บไซต์อื่น ๆ อีกทั้ง

webpagetest เว็บวัดความเร็ว
pingdom website speed test
gtmetrix เว็บวัดความเร็ว

เว็บไซต์เหล่านี้สามารถตรวจสอบpagespeed ของเว็บไซต์ของเราได้เพียงแค่เรากรอก URL ลงไป

Hosting คือ

รูปแบบการให้บริการอย่างหนึ่ง เป็นพื้นที่ในการแสดงผลข้อมูลออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต สำหรับผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลแบบออนไลน์ website, blog, ร้านค้า online ให้ผู้อื่นสามารถเข้ามารับชมข้อมูลข่าวสารได้

CSS คือ

Cascading Style Sheets เป็นภาษาที่ใช้พัฒนาลักษณะรูปแบบ ใส่พื้นหลัง หรือเพิ่มกรอบข้อความ ของหน้าเว็บ เพื่อเพิ่มความสวยงามให้หน้าเว็บของเรา CSS สามารถกำหนดรูปแบบพร้อมกันทีเดียวได้ ทำให้เวลาแก้ไขไม่ต้องคอยแก้ทีละส่วน

Bandwidth คือ

ความเร็วในการสื่อสาร หรือความเร็วในการเชื่อมต่อที่เป็นการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุดบนเครือข่าย เป็นการวัดความเร็วของข้อมูลที่สามารถส่งผ่านการเชื่อมต่อแบบมีสายและไร้สาย ซึ่งปกติจะวัดเป็นบิตต่อวินาที

สรุป

อย่างที่พวกเรา SEO Station บอกกันว่า pagespeed เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะส่งผลต่อเว็บไซต์ของเรา ซึ่งpagespeed ที่ดีนั้นจะมีส่วนช่วยทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นติดอันดับที่ดีได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ถ้าคะแนนpagespeed ของเว็บไซต์เรานั้นคะแนนสูง ก็ไม่ได้ทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับเสมอไป

แต่ก็ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การทำเว็บไซต์ให้ดีติดอันดับได้นั้น เราต้องไม่ลืมที่จะทำปัจจัยส่วนอื่น ๆ ให้ถูกต้องอย่างครบถ้วนทั้ง technical seo , on-page seo , linkbuilding และส่วนอื่น ๆ อีกมากมาย ปัจจัยเหล่านี้ถ้าเราทำครบทุกขั้นตอนก็จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีประสิทธิภาพ และติดอันดับการค้นหาได้ แต่ทุก ๆ ขั้นตอนล้วนต้องใช้เวลาในการทำ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ