การสร้างเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ในเชิงธุรกิจ หรือเว็บไซต์ที่เป็นการเน้นให้ความรู้ หรือหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ สิ่งเดียวที่คนทำเว็บไซต์ต้องการมากที่สุด ก็คงจะเป็นการทำให้เว็บไซต์เป็นที่น่าสนใจแก่ผู้ค้นหา ติดอันดับบน search engine โดยวิธีการทำให้เว็บไซต์ให้ติดอันดับได้นั้น เราก็ต้องพึ่งตัวช่วยอย่างการเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ 

ซึ่งถือว่าถ้าเราสามารถเพิ่มtraffic ให้กับเว็บไซต์ ก็นับว่าเรานั้นชนะใจผู้ค้นหาไปได้อีกขั้นหนึ่ง ซึ่งการเพิ่มทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นเสมอไป เพียงแค่เราลองศึกษาข้อมูล ก็สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ 

วันนี้เราก็จะพามาดูว่าการเพิ่มtrafficให้กับเว็บไซต์นั้นคืออะไร เผื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนยังไม่รู้จัก หรืออยากที่จะหาวิธีเรียกยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์อยู่ โดยจะมีอะไรบ้างมาลองศึกษาไปพร้อม ๆ กัน 

ยอดผู้เข้าชม traffic

website Traffic 

หรือเรียกอีกอย่างว่า webtraffic คือการที่มีคนเข้าชมเว็บไซต์ โดยวัดค่าจากจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ (user)  , จำนวนของคนที่คลิกเข้าเว็บไซต์ (visits) , รวมไปถึงระยะเวลาที่ผู้เข้าชมอยู่ในหน้าเว็บไซต์ (avg. visit duration) ซึ่งปัจจัยทั้ง 3 ตัวนี้จะหมายถึงยอดtraffic ของเว็บไซต์ของเรา

ถ้าเว็บไซต์ของเรามียอดtraffic ที่ดี ก็จะส่งผลต่อการจัดอันดับบน google ได้ เนื่อจาก google นั้นจะให้ความสนใจกับเรื่องการเข้าชม การคลิก ระยะเวลาการอยู่ในเว็บไซต์เป็นพิเศษ โดย google จะใช้การค่า bounce rate หรืออัตราคนเข้าชมเว็บไซต์ เป็นตัวชี้วัด คุณภาพ ประสิทธิภาพทั้งของเว็บไซต์ และของเนื้อหา บทความภายในเว็บไซต์ด้วย 

ซึ่งตัวชี้วัดนี้ก็จะมีความสำคัญต่อการทำ SEO เป็นอย่างมาก โดยคนนิยมเรียกกันว่า User signal โดยจะแบ่งออกเป็น 3 อย่าง นั่นก็คือ

  • Click Through Rate
    คือ การคลิกผ่านเนื้อหา  คอนเทนต์ บนเว็บไซต์นั้น ๆ เพื่อเป็นการวัดประสิทธิภาพของเนื้อหา
  • Time On Site
    คือ ระยะเวลาเฉลี่ยของการเปิดชมเว็บไซต์ ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ อยู่บนเว็บไซต์นานหรือไม่
  • Bounce Rate 
    คือ การตีกลับ หรือตามที่เข้าใจง่าย ๆ ก็คือจำนวนคนที่เข้าชมเว็บไซต์เพียงแค่หน้าเดียวแล้วกดออกทันที 

แน่นอนว่าตัวชี้วัดทั้ง 3 ตัวนี้มีผลต่อการทำ seo เนื่องจาก seo มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำเว็บไซต์ เพราะมันจะช่วยทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับการค้นหาได้

ประเภทของ Web Traffic 

DirectTraffic 

เป็นทราฟฟิคโดยตรง คือทราฟฟิคที่เข้ามายังเว็บไซต์โดยที่ไม่ได้มาจากเว็บไซต์อื่น ๆ และไม่ได้เข้ามากจากการค้นหาที่ google ยกตัวอย่างเช่น การเข้าเว็บไซต์ผ่าน email , การเข้าเว็บไซต์โดยกดผ่านจากบุ๊กมาร์ค หรือจะเป็นการเข้าเว็บไซต์ผ่านเอกสารต่าง ๆ อย่าง word , pdf เป็นต้น 

ซึ่ง direttraffic นับว่ามีความสำคัญมากต่อเว็บไซต์ เพราะถ้าเราได้ทราฟฟิคโดยตรงจากการคลิกผ่านวิธีการเหล่านี้ จะถือว่าเว็บไซต์ของเรานั้น เป็นที่รู้จัก และมีความน่าเชื่อถือ

ReferralTraffic

เป็นทราฟฟิคที่ได้มาจากแหล่งอ้างอิง หรือพูดอีกอย่างว่า การเข้าเว็บไซต์ของเรา ผ่านลิงก์จากเว็บไซต์อื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้กดคลิกลิงก์ผ่านโลกโซเชียล , การคลิกผ่าน backlink ที่เว็บไซต์อื่นได้สร้างไว้ให้เรา หรือการคลิกผ่านจากใต้ลิงก์รูป ในหน้า google image ก็นับว่าเป็นทราฟฟิคที่ได้มาจากแหล่งอ้างอิง

ซึ่ง referraltraffic ก็มีความคล้ายกับทราฟฟิคที่ได้โดยตรง เพราะถือว่าเว็บไซต์ของเรานั้นเป็นที่รู้จัก และเป็นที่นิยม เว็บไซต์ของเรามีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังทำให้ google มองว่าเว็บไซต์ของเรานั้นมีความน่าเชื่อถืออีกด้วย

Search Engine Traffic

เป็นทราฟฟิคที่ได้มาจากการค้นหา โดยการที่เราจะได้ทราฟฟิคประเภทนี้ได้ ผู้เข้าชมเว็บไซต์ต้องมีการค้นหาเว็บไซต์ของเราผ่านการเสิร์ชหาข้อมูลบนหน้า search engine ซึ่งทราฟฟิคประเภทนี้ เราก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ

  • แบบที่ 1 Paid SearchTraffic
    ทราฟฟิคที่เราได้มาจากการเสียค่าใช้จ่ายให้กับ search engine นั่นก็คือ google ads นั่นเอง
  • แบบที่ 2 Unpaid SearchTraffic 
    เป็นทราฟฟิคที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยเราได้มาจากการทำ seo 

ซึ่งทราฟฟิคประเภทนี้ ก็จะทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักได้ง่ายขึ้น เรียกยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งจะยอดที่ได้จากการเสียค่าใช้จ่าย และยอดที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ก็แล้วแต่เว็บไซต์ที่มีการใช้งานที่ต่างกันไป 

อันดับของ traffic

ความสำคัญ website Traffic 

ความสำคัญของทราฟฟิคนั้น จะช่วยทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นเป็นที่รู้กจัก โดยผ่านการเข้าชมของผู้ใช้งาน ยิ่งผู้เข้าใช้งานเยอะก็จะช่วยทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักได้อย่างแพร่หลาย ทราฟฟิคยังเป็นตัวช่วยในการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของเราด้วย ซึ่งจะเป็นตัวสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ google และผู้ใช้งาน เนื่องจากมีเนื้อหาที่ดี มีคุณภาพ มีการอ้างอิงลิงก์จากเว็บไซต์อื่น ๆ 

นอกจากนี้ความสำคัญของทราฟฟิค ยังเป็นตัวช่วยทำให้ seo ของเรานั้นดีขึ้นเอง เนื่องจากทราฟฟิคนั้นเป็นส่วนหนึ่งในการทำ seo เลยก็ว่าได้ เพราะการทำ seo และมียอดทราฟฟิคที่ดีนั้น จะช่วยทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับการค้นหาบน search engine ได้ ยิ่งผู้เข้าชมเว็บไซต์กดคลิกเยอะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อบทความนั้น ๆ ด้วย

วิธีการเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์

การทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จัก และติดอันดับการค้นหาอยู่เสมอ ๆ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่คนทำเว็บไซต์อย่างเรา ๆ อยากที่จะให้มันเป็นแบบนั้น ซึ่งเราก็ควรมีวิธีการเพิ่มยอดทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์ของเราอยู่เสมอ ด้วยวิธีการทำดังนี้ 

ต้องให้ความสำคัญต่อ SEO

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเพิ่มยอดทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์เลยก็คงหลีกเลี่ยงการทำ seo ไปไม่ได้ โดยเราต้องคอยปรับปรุง แก้ไขเว็บไซต์ของเราให้ถูกหลักการทำ seo อยู่เสมอ เพื่อทำให้เว็บไซต์ของเราอยู่ในอันดับการค้นหา อยู่ในสายตาของผู้ค้นหา ยิ่งถ้าเราอยู่อันดับบน ๆ แล้วหละก็จะยิ่งทำให้โอกาสที่คนจะเข้าชมเว็บไซต์ของเราเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก 

โดยเราสามารถทำให้ผู้ค้นหากดคลิกเว็บไซต์เราได้ง่าย ๆ โดยการที่เรามีการอธิบาย meta descriptionให้มีความน่าสนใจ มีการอธิบายที่ชัดเจน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์ของเราได้ 

เจาะกลุ่มเป้าหมาย 

โดยวิธีการเจาะกลุ่มเป้าหมายก็ง่าย ๆ เลยคือ การทำ google ads อีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มทราฟฟิกให้กับเว็บไซต์ของเราได้ง่าย ๆ แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายถามว่าคุ้มไหม บอกได้เลยว่าคุ้มนะ ถ้าต้องเสียเงินเพื่อแลกกับยอดทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์ แต่ข้อเสียคือเราจะไม่ได้ยอดทราฟฟิคออแกนิค

ใช้ Social Media 

เป็นวิธีเพิ่มยอดทราฟฟิคอีกวิธีหนึ่ง ที่ในปัจจุบันนี้คนทำเว็บไซต์ส่วนมากนิยมใช้กัน แม้จะไม่ได้ยอดทราฟฟิคแบบโดยตรง แต่เราได้ยอดทราฟฟิคจากการอ้างอิงแหล่งที่มา ซึ่งก็ส่งผลทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับ และเป็นที่รู้จักได้เหมือนกัน

โดยวิธีการทำก็ง่ายมาก ๆ โดยเราสามารถแปะลิงก์เว็บไซต์ บทความ คอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านคอมเมนต์ หรือผ่านช่องทางโซเชียลได้เลย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มทราฟฟิคเว็บไซต์ให้กับเราได้ 

สร้างเนื้อหาเพื่อเรียก Traffic

แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากเสพเนื้อหาที่ดี มีความหลากหลาย มีประโยชน์ การสร้างเนื้อหาบนเว็บไซต์ถือว่าเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ และสามารถเพิ่มทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์ของเราได้อย่างง่ายมาก ๆ โดยเพียงเราสร้างเนื้อหา ที่มีประโยชน์ น่าสนใจ ใส่ keyword ลงไป เพื่อทำให้ผู้ค้นหาสามารถค้นหาบทความบนเว็บไซต์เจอได้อย่างง่าย ๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเพิ่มทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์ของเราได้อย่างรวดเร็ว 

การเช็ค Traffic ทำอย่างไร 

โดยเราสามารถเช็คยอดทราฟฟิคได้ ผ่าน Google Analytics เครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์ โดยจะวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ในรูปแบบของสถิติ ว่าเว็บไซต์ของเรานั้นมีผู้เข้าชมเท่าไหร่ ผู้เข้าชมคนนี้อยู่ในหน้าเว็บไซต์ของเรานานไหม มีการคลิกไปที่หน้าเว็บไซต์อื่นบ้างหรือเปล่า ซึ่ง google analytics ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดีมีคุณภาพมาก ๆ อีกเครื่องมือหนึ่ง ที่จะช่วยให้เราตรวจสอบ เช็คยอดทราฟฟิคเว็บไซต์ของเราได้ เพื่อประมวล และนำไปปรับปรุงแก้ไขได้ 

google analytics วัดยอดทราฟฟิค
Organic Traffic คือ

จำนวนของคนที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณผ่านการใช้คีย์เวิร์ดค้นหาในหน้า Search Engine

Metrics คือ

กลุ่มข้อมูลที่วัดผลเป็นตัวเลขได้ เช่น จำนวน Session, จำนวน new users, จำนวน Pageview, อัตรา Bounce rate ซึ่งข้อมูล Metrics นี้จะเป็นข้อมูลที่แสดงคู่กับ Dimension 

Average Session Duration คือ

ระยะเวลาที่อยู่บนเว็บไซต์เฉลี่ยของหนึ่งเซสชั่น วิธีคำนวนค่านี้ระบบจะนำเวลาที่อยู่บนเว็บไซต์ทั้งหมดของทุก Session มารวมกันแล้วนำมาหารด้วยจำนวน Session ทั้งหมด

ขอบคุณข้อมูลจาก google analytics thailand

สรุป

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ถือว่าเป็นข้อมูลที่จะช่วยทำให้ทุกคนเข้าใจ การเพิ่มtraffic กันมากขึ้นเลยใช่ไหม ไม่ว่าทุกคนจะมีเว็บไซต์ประเภทไหน จะเป็นเว็บไซต์แบบธุรกิจ หรือเว็บไซต์ที่เป็นบล็อกให้ความรู้ การเพิ่มทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากจริง ๆ ซึ่งยอดผู้เข้าชมนี้จะช่วยทำให้เว็บไซต์ของทุกคน ติดอันดับการค้นหาบนหน้า search engine ได้

โดยพวกเรา SEO Staion ก็ขอแนะนำเพื่อน ๆ กันอีกสักหน่อยว่า การที่เราจะเพิ่มยอดทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์ได้นั้น เราไม่ควรเลือกช่องทางการเพิ่มทราฟฟิคเพียงช่องทางเดียว เราควรที่จะเพิ่มช่องทางในการเพิ่มทราฟฟิคให้ครบทั้ง 3 ประเภท ทั้งทราฟฟิคที่ได้โดยตรง ทราฟฟิคที่ได้จากแหล่งอ้าง หรือจะเป็นทราฟฟิคที่ได้มาจากการค้นหา ซึ่งถ้าเราทำครบทั้ง 3 แบบนี้แน่นอนว่าเว็บไซต์ของเราก็มีชัยกว่าเว็บไซต์ที่ไม่มีคิดจะเพิ่มทราฟฟิคอย่างแน่นอน 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ