เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ทำเว็บไซต์คงคิดว่า ทำตามหลัก seo ทุกอย่างแล้ว ทั้งการสร้าง link building การใส่ keyword หรือจะเป็นการใส่ alt tag คิดว่ายังถ้าทำตามหลัก seo แบบนี้แล้ว ยังไงก็ติดอันดับแน่นอน ซึ่งก็ไม่ผิดที่ทำตามวิธีการเหล่านี้ แต่การจัดโครงสร้างของเว็บไซต์นั้นดีแล้วหรือยัง ถ้ายังก็ไม่ควรลืมที่จะให้ความสำคัญไปกับ Heading Tag ตัวช่วยดันเว็บไซต์ ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ง่ายยิ่งขึ้น 

หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้ว่า headingtag นั้นมีความสำคัญต่อการทำ seo อย่างไร ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วทุกคนล้วนแต่เคยใช้ Headingtag กันทั้งนั้น เพียงแต่ไม่รู้ว่า มันมีความสำคัญ และวิธีการอย่างไร ซึ่งวันนี้เราจะพามาเจาะลึกกันว่า headingtag นี้มีความสำคัญอย่างไรบ้าง 

heading tag seo

Heading Tag

ส่วนของ HTML Tag ที่ใช้เป็นส่วนกำหนด บ่งบอกหัวข้อต่าง ๆ บนเว็บไซต์ ว่าหัวข้อไหนเป็นหัวข้อหลัก และหัวข้อไหนเป็นหัวข้อรองลงมา ซึ่งการแบ่งหัวข้อใหญ่ และหัวข้อย่อยจะจัดแบ่งตามความสำคัญของรูปประโยคบทความ โดยการแบ่งหัวข้อก็จะมี Headingtag ให้เลือกใส่ซึ่งจะมีตั้งแต่ H1 ไปจนถึง H6 ซึ่งแต่ละตัวก็ทำหน้าที่ต่างกันไป 

Heading Tag มีกี่ประเภท

ประเภทของ headingtag อย่างที่บอกไปว่ามีตั้งแต่ H1 ไปจนถึง H6 แล้วรู้หรือไม่ว่า headingtag ตัวไหนสำคัญที่สุด แล้วหน้าที่ของมันมีไว้ทำอะไร โดย headingtag แบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

Heading 1

หรือ H1 ที่หลาย ๆ คนรู้จัก โดยส่วนใหญ่จะใช้งานในส่วนของหัวข้อหลัก ๆ ของเนื้อหา หรือเป็นการจัดหมวดหมู่ในเนื้อหาของบทความนั้น ๆ ซึ่งในการใส่ H1 จะต้องมี keyword ที่สำคัญใส่ลงไปด้วย เนื่องจาก H1 ในส่วนนี้มีความสำคัญต่อการทำ seo เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ผู้เข้าชมรับรู้ได้ว่า เว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร 

Heading 2

หรือ H2 เป็นส่วนสำคัญที่รองลงมาจาก H1 หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเป็นการใส่หัวข้อที่มีความสำคัญรองลงมา โดย H2 ก็เปรียบเสมือนหัวข้อในปกสารบัญว่าบทที่ 1 เป็นเรื่องนี้ บทที่ 2 เป็นเรื่องนี้ 

Heading 3 – 6

heading ในส่วนนี้ก็จะมีตั้งแต่ H3 , H4 , H5 , H6 ซึ่ง heading ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนของการใส่หัวข้อที่รองลงมาจาก H2 เข้าไปอีก ซึ่งส่วนมากจะใส่เป็นหัวข้อย่อย ๆ รองลงมากจาก H2 เหมือนเป็นตัวขยายว่า H2 จะมีหัวข้อย่อย H3 – H6 ดังนี้ ยกตัวอย่างเช่น หัวข้อย่อย ลำดับวิธีการทำอะไรทำนองนี้ 

ซึ่งการใส่ headingtag จำเป็นอย่างมากที่ต้องใส่ให้ถูกต้อง ไม่ควรใส่ผิดลำดับ ยกตัวอย่างเช่น ใส่หัวข้อใหญ่ที่สุดไว้ที่ H1 แล้วเอาหัวข้อย่อย ๆ มาใส่ใน H2  แล้วเอาหัวข้อที่รองมาจาก H1 ไปใส่ที่ H3 – H6 แทน แบบนี้ถือว่าไม่ได้ ต้องสลับเอาหัวข้อรองจาก H1 ไปใส่ที่ H2 แต่หัวข้อยิบย่อยต่าง ๆ เพราะถ้าเราใส่ headingtag ผิด ก็ส่งผลทำให้ผู้เข้าชมอ่านแล้วสับสนได้ว่า ตกลงหัวข้อในบทความของเราเป็นแบบไหนกันแน่ 

Heading หัวข้อบทความ

Heading Tag มีความสำคัญต่อ seo อย่างไร

อย่างที่บอกไปว่า headingtag มีความสำคัญอย่างมากต่อ seo เพราะ H1 – H6 เป็นหัวข้อสำคัญที่มีความสำคัญลดทอนลงมาก โดย H1 จะเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญที่สุด ซึ่งหัวข้อใหญ่ที่สุดอันนี้ จำเป็นอย่างมากที่ต้องมี keyword ที่ต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายใส่ลงไปในส่วนนี้ด้วย ส่วน H2 – H6 ก็มีความสำคัญที่ลดลงมา ซึ่งในหัวข้อถ้ามี keyword อยู่ภายในหัวข้อก็ถือว่าดีมาก แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ทางที่ดีพยายามมีไว้สักนิดก็ดีที่สุด 

ที่ heading มีความสำคัญต่อ seo เพราะว่า google มักจะดูที่ Heading1 เสมอ ถ้า H1 ของเรามีความน่าสนใจ มีการใช้ keyword ก็จะทำให้ google คัดเลือกเว็บไซต์เราไปที่การค้นหา เพื่อทำให้เวลามีผู้ค้นหาเสิร์ช keyword เหล่านั้นลงไปก็จะเจอเว็บไซต์ของเรา การทำ headingtag เลยเป็นอีกส่วนที่สำคัญต่อ seo 

 3 เทคนิคการใช้ Heading Tag ในการทำ seo

จัดการวางโครงสร้าง

แน่นอนว่าการสร้างคอนเทนต์บนเว็บไซต์ เราควรเริ่มจากการวางแผน วางโครงเรื่องที่เราจะใส่ลงไป เมื่อเรามีโครงเรื่องแล้ว ก็ถึงขั้นการจัดการวางโครงสร้าง Heading โดยอย่างที่บอกกว่า H1 เป็นหัวข้อใหญ่ที่สุด ดังนั้นควรจัดวางโครงสร้าง H1 ไว้ที่บนสุดของเว็บไซต์  ลำดับการจัดวางโครงสร้างต่อมา นั่นก็คือหัวข้อรองลงมากจาก H1 นั่นคือ H2 และลำดับต่อมาก็คือการใส่หัวข้อย่อยต่อจาก H2 มีกี่หัวข้อย่อยก็ใส่ลงไปในส่วนของ H3 – H6 นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น เป็นบทความเกี่ยวกับความงาม 

H1 : แต่งตัวอย่างไร ให้สัมภาษณ์งานผ่าน  (ส่วนนี้จะเป็นหัวข้อใหญ่ เป็นส่วนที่เราต้องการจะสื่อออกไปให้ผู้เข้าชมรู้ว่าเป็นบทความเกี่ยวกับอะไร)

H2:แต่งตัวตามสีมงคล (เป็นหัวข้อรองลงมากจาก H1 ที่บอกว่าในบทความนี้มีหัวข้ออะไรบ้าง)
H3:สีมงคลประจำวันอาทิตย์
H3:สีมงคลประจำวันจันทร์
H3:สีมงคลประจำวันอังคาร
H3:สีมงคลประจำวันพุธ
H3:สีมงคลประจำวันพฤหัสบดี
H3:สีมงคลประจำวันศุกร์
H3:สีมงคลประจำวันเสาร์

H2:แต่งตัวตามเรฟเฟอร์เรนซ์ (เป็นหัวข้อรองลงมากจาก H1 ที่บอกว่าในบทความนี้มีหัวข้ออะไรบ้าง)
H3:ตามดาราไทย
H3:ตามดาราต่างประเทศ

ก็จะเป็นตัวอย่างการใส่ headingtag คร่าว ๆ แต่ทุกคนก็สามารถเพิ่มหัวข้อได้อีก ถ้าหากมีเนื้อหาที่เยอะเพื่อทำให้ผู้อ่าน เข้าใจมากขึ้น แต่ต้องไม่ใส่หัวข้อสลับตำแหน่งกันเป็นอันขาด 

วิธีการเขียน heading

Keyword 

การทำ seo ในส่วนอื่น ๆ ก็ต้องใส่ keyword เข้าไปในส่วนต่าง ๆ ด้วย เช่นเดียวกับ headingtag ที่จะลืมใส่ keyword ไปไม่ได้ ซึ่งส่วนที่จะลืมใส่ไม่ได้นั่นก็คือ H1 H2 เป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากต่อการทำ seo 

ถ้าถามว่าส่วน heading อื่น ๆ ใส่ไม่ได้หรอ ก็ใส่ได้แต่ต้องดูด้วยว่าเราใส่ keyword มากจนเกินไปหรือเปล่า เพราะการใส่ keyword ควรใส่ในปริมาณที่พอดี ดูเป็นธรรมชาติ ถ้าใส่เยอะจนเกินไป อาจะทำให้ google มองว่าเป็น spam keyword ได้ 

Featured Snippets

Featured Snippets คือการที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับผลการค้นหาอยู่ในอันดับบนสุดของ google หรือ zero position ของการค้นหาบน google ซึ่งการปรับโครงสร้างของ headingtag มีส่วนทำให้บทความบนเว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาอันดับแรก ๆ และจะเป็นตัวทำให้ผู้ค้นหาเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้มากยิ่งขึ้น 

heading tag ติดอันดับการค้นหา
Snippet คือ

กล่องแนะนำเว็บไซต์ที่ขึ้นมาด้านข้างซ้ายหรือขวาของ Google เมื่อเวลาพิมพ์ keyword ลงไปแล้วค้นหา โดย Google จะเลือกเว็บไซต์ที่ตรงกับ Keyword มากที่สุด

zero position คือ

อันดับศูนย์ของการค้นหาบน search engine หรือเว็บไซต์ที่แสดงอยู่ด้านบนสุดของหน้าการค้นหา

Back-end คือ

ระบบจัดการเว็บไซต์หรือที่คนเรียกกันว่า ระบบหลังบ้าน เอาไว้จัดการระบบ ควบคุม เขียนโค้ดต่าง ๆ ของเว็บไซต์

ขอบคุณข้อมูลจาก we on web

สรุป

การใส่ headingtag ถือว่าเป็นการใส่หัวเรื่องที่สำคัญที่สุด เนื่องจากชื่อเรื่อง ชื่อหัวข้อของเว็บไซต์ของเรานั้น มีผลต่ออันดับการค้นหาบน search engine เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะอันดับแรก ๆ หรือจะเป็นอันดับศูนย์ ล้วนแต่ทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จัก

ถ้าหากเราอยากทำให้ผู้ค้นหา สามารถค้นหาเราเจอได้ง่าย อยากทำให้ผู้ค้นหารู้จักเว็บไซต์ของเรา การทำ headingtag ก็ต้องไม่ลืมที่จะใส่ keyword สำคัญลงไปด้วย เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยไปจากส่วนอื่น ๆ ซึ่งพวกเรา SEO Station ก็ใช้วิธีนี้ควบคู่ไปกับการทำเว็บไซต์ของเราด้วย 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ